(ปอ ป่าน และแป้งกำลังนั่งคุยกันอยู่ข้างสนามฟุตบอล)

แป้ง          มีอะไรอยากถามทุกคนนิดนึงจ้ะ ปอ ป่าน

ป่าน          มีอะไรเหรอแป้ง

ปอ           นั่นสิ แป้งมีอะไรก็ว่ามาเลย เราเพื่อนกันอยู่แล้ว

แป้ง          จะว่ามันเรื่องใหญ่ก็ใหญ่ จะว่าไม่สำคัญก็ไม่สำคัญนะปอ ป่าน คือว่าเรามีเพื่อนอยู่คนนึง เป็นคนสุพรรณฯ

ปอ           แล้วยังไงล่ะแป้ง คนสุพรรณฯ แล้วมีอะไรเหรอ

แป้ง          ก็... เพื่อนเราคนนั้นน่ะ เขาย้ายไปเรียนในกรุงเทพฯ ความที่เขายังคงสำเนียงถิ่นของเขาครบถ้วนนั่นแหละ เพื่อนของเพื่อนเราก็เลยล้อเลียน เพื่อนเราคนนั้นเขาเลยมาปรึกษาเรา

ปอ           เป็นงั้น...

ป่าน          เดี๋ยว ๆ เรื่องนี้เพื่อนแป้งควรจะภูมิใจมากกว่านะที่เขารักษาสำเนียงของบ้านเกิดตัวเอง

แป้ง          ก็ใช่นะ เพื่อนแป้งน่ะพูดยังงั้นแหละ แต่เพื่อนของเพื่อนแป้งก็ควรเคารพความแตกต่างทางวัฒนธรรมด้วยสิ

ปอ           เอางี้... เดี๋ยวปอจะเล่าอะไรให้ฟัง... สนใจมั้ย

แป้ง          ออกทะเลไม่เอานะ เอาเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย

ปอ           จ๋าจ้ะ... ก็คือว่า สำเนียงที่เราเรียกกันว่าสำเนียงสุพรรณฯ เนี่ยนะ มันคือสำเนียงที่ใช้ในราชสำนักสมัยอยุธยาเชียวแหละ เรียกกันว่า “สำเนียงหลวง”

แป้ง          วู้... ความรู้ใหม่นะเนี่ยปอ

ปอ           หลักฐานที่ยังคงหลงเหลือมาก็คือ สำเนียงการพากย์โขน ซึ่งคำพากย์ที่พากย์เป็นเสียงทศกัณฐ์ ก็ต้องเป็นสำเนียงเหน่อนี้แหละ ถ้าพากย์ไม่เหน่อหรือพากย์แบบสำเนียงกรุงเทพฯ ที่เรา ๆ คุยกันอยู่เนี่ย ถือว่าผิด

ป่าน          อื้ม... ที่ปอเล่ามาก็จริงนะ เดี๋ยวเราขอเล่าเสริมจากที่ปอเล่าก็แล้วกัน

ปอ           ได้จ้ะ เพราะว่าจริง ๆ ปอก็รู้แค่นั้นแหละ แหะ ๆ

แป้ง          ต่อเลยป่าน ต่อเลย

ป่าน          คือว่า... เราเคยได้ยินอาจารย์เราที่เป็นคนจังหวัดสุพรรณบุรีเล่าให้เราฟังนะ คือว่าสมัยก่อนโน้นแน่ะ คนกรุงเทพฯ เขาก็จะเรียกสำเนียงคนสุพรรณฯ ว่าพูดเหน่อ ส่วนคนสุพรรณฯ เขาก็จะมีคำเรียกสำเนียงของคนกรุงเทพฯ เหมือนกัน

แป้ง          เรียกว่าอะไรเหรอป่าน

ป่าน          เขาเรียกว่า “พูดเยื้อน”

ปอ           เยื้อน ย.ยักษ์ สระเอือ น.หนู ไม้โท ใช่มั้ยป่าน

ป่าน          อ้า...ใช่ สะกดยังงั้นแหละปอ

แป้ง          จะว่าไปคำนี้เราก็ไม่เคยได้ยินเหมือนกัน เพิ่งเคยได้ยินครั้งแรกนี่แหละ

ป่าน          ก็คงยากแหละที่จะได้ยินคำนี้กัน เพราะตอนนี้เขาถือกันแล้วว่าสำเนียงกรุงเทพฯ เป็นสำเนียงมาตรฐานไปแล้วนี่นา

ปอ           แต่จริง ๆ สำเนียงภาษาของชาวสุพรรณฯ ก็ต้องอนุรักษ์ไว้นะ เราเคยได้ยินข่าวว่าเดี๋ยวนี้เด็กสุพรรณฯ ชักเริ่มอายที่จะพูดสำเนียงถิ่นของตัวเองไปเสียแล้ว

แป้ง          เอ้อ! ขอขัดจังหวะนิดนึงนะปอ

ปอ           จ้ะ ๆ

แป้ง          ป่านจ๋า คำขวัญของจังหวัดสุพรรณบุรีว่ายังไงนะ

ป่าน          อ๋อ... เมืองยุทธหัตถี วรรณคดีขึ้นชื่อ เลื่องลือพระเครื่อง รุ่งเรืองเกษตรกรรม สูงล้ำประวัติศาสตร์ แหล่งปราชญ์ศิลปิน ภาษาถิ่นชวนฟัง

แป้ง          นั่นไง ภาษาถิ่นชวนฟัง ของอยู่ในคำขวัญประจำจังหวัดบ้านเกิดตัวเองแท้ ๆ ทำไมต้องอายด้วยก็ไม่รู้

ปอ           แต่ที่เราได้ข่าวมาอีกก็คือ ทางส่วนราชการของจังหวัดสุพรรณบุรีเริ่มมีการจัดการแข่งขันประกวดพูดสำเนียงสุพรรณฯ เพื่ออนุรักษ์แล้วนะ

ป่าน          อื้ม... น่าชมเชย

ปอ           แต่เราว่านะ ทางแก้ไขที่ดีที่สุดน่ะ คือแก้ความคิดของคนถิ่นอื่นโดยเฉพาะคนที่อยู่ในถิ่นที่ใช้สำเนียงราชการ ให้เลิกเห็นสำเนียงของคนถิ่นอื่นเป็นของน่ารังเกียจหรือของน่าตลกขบขันกันเสียที อย่าว่าแต่สำเนียงภาษาเลย ประเพณี ศาสนา อาหาร หรืออะไรก็แล้วแต่ที่เป็นวัฒนธรรมของชนกลุ่มนั้น ๆ ชนกลุ่มอื่นก็ไม่ควรดูถูก เพราะวัฒนธรรมของชนกลุ่มใด ๆ ก็คือความภาคภูมิใจของคนชุมชนนั้น แล้วก็อีกอย่างนะ... ถ้าคนท้องถิ่นจะศึกษาสำเนียงภาษาราชการก็ทำได้ และควรทำด้วยซ้ำเพื่อให้สื่อสารกันกับคนถิ่นอื่นได้ แต่ก็ต้องรักษาภาษาถิ่นของตัวเองไว้ด้วย ก็อย่างเพื่อน ๆ ของเราหลายคนที่มาจากปักษ์ใต้น่ะพูดกับพวกเราสำเนียงไม่มีทองแดงปนเลย แต่พอคุยกับคนที่บ้านเมื่อไหร่เท่านั้นแหละ ภาษาใต้น้ำไหลไฟดับเลยละ คนถิ่นอื่นน่าเอาอย่างนะปอว่า

ป่าน         คนถิ่นอื่นก็เคยเห็นเหมือนกันแหละน่าปอ จริง ๆ นะ

แป้ง          ปอจ๋า วันนี้ปอพูดดีจังเลย ขอกอดทีนึงสิ

ป่าน          เราด้วยนะปอ ฮ่า ๆ ๆ

ปอ           (โดนเพื่อนสองคนสวมกอดพร้อมกัน) โอย... ป่าน แป้ง กอดเบา ๆ สิ อย่ารัดแน่น ปอหายใจไม่ออก แอ่ก ๆ

Comment

Comment:

Tweet

ปาดราก้อนบอล
จงภูมิใจที่เกิดมาเป็นที่ตัวเองเป็น
Hot!

#3 By creepy on 2011-06-11 14:42

Hot! Hot! Hot!

#2 By HeDw!g on 2011-06-11 14:08

น่าคิด
เรื่องนี้ดี ชอบ ๆ Hot!

#1 By i'FY on 2011-06-11 14:02