(ป่านกับแป้งกำลังนั่งคุยกันอยู่ ขณะนั้นปอก็เดินเข้ามา)

ปอ           สวัสดีค่ะ ป่าน แป้ง

ป่าน          (หันหน้าไปทางแป้ง) วันนี้ปอเป็นอะไรมาแน่ ๆ สงสัยผีจะเข้า

แป้ง          (กระซิบกับป่าน) ท่าทางจะเป็นไข้หนักมากกว่าละมั้ง คงหนักถึงขั้นเพ้อเลยละมั้งเนี่ย

ปอ           เอ่อ... ทุกคนคะ (จ้องหน้าเพื่อนทั้งสองคน)

ป่าน          (สะดุ้ง) อุ้ย! แหะ ๆ นี่ปอ นึกยังไงถึงได้พูดสุภาพผิดปกติกันละเนี่ย

แป้ง          นั่นสิ ปกติไม่เคยจะคะค่ะกับเราเลยนะปอ เป็นอะไรมาเนี่ยหืม

ปอ           ก็ไม่มีอะไร ก็แบบว่า... อยากจะพูดสุภาพบ้างอะไรบ้าง เพราะว่าตอนนี้เนี่ย ปอชักจะสงสัยไอ้คำว่า คะ กับ ค่ะ แล้วละ ว่ามันเป็นอะไรกัน

แป้ง          ทำไมเหรอปอ

ปอ           ก็เดี๋ยวนี้ผู้หญิงเราใช้คำว่า คะ กับ ค่ะ สับกันตลอดเลย บางทีนะคะ ก็กลายเป็นนะค่ะ ไปเสียก็มี

แป้ง          เออ... ยังไงล่ะคะ อธิบายสักหน่อยเถอะค่ะ

ป่าน          (อมยิ้ม) ก็จริงนะคะ เอ... แต่จริง ๆ แล้วเวลาพูดมันก็แยก คะ กับ ค่ะ ชัดเจนนี่นา คะ เสียงตรี ค่ะ เสียงเอก

ปอ           (ตีแขนป่านเบา ๆ) โท ป่าน เสียงโท

ป่าน          อ้าวเหรอ... ขอโทษที เมื่อคืนนอนน้อยไปหน่อย

แป้ง          ตลอดเลยนะป่าน ยังงี้สิน่ะมันถึงได้ตกเลขง่าย ๆ อยู่บ่อย ๆ

ปอ           (กระแอม) ก็อย่างเวลาทักทายหรือขอบคุณขอโทษ ก็ใช้ว่า สวัสดีค่ะ ขอบคุณค่ะ ขอโทษค่ะ แล้วก็ใช้คำว่า ค่ะ เนี่ยแหละตอบรับด้วย เช่นว่า ใช่ค่ะ ไม่ใช่ค่ะ เป็นต้น

แป้ง          เท่าที่เรานึกออก คำว่า คะ ก็มักจะใช้ตอนที่เหมือนกับต้องการจะถามนะ เช่นว่า ใช่มั้ยคะ อย่างนั้นหรือคะ เหมือนกับตั้งใจจะถามต่ออยู่นิดหน่อยนะ

ป่าน          สรุปความก็คือ คะ ใช้ตอนที่ประโยคยังไม่จบความในตัวดี ต้องการอะไรบางอย่างมาต่อความไปอีกใช่มั้ยคะ

แป้ง          ใช่ค่ะป่าน ส่วนคำว่า ค่ะ ก็ใช้ตอนที่ประโยคจบความในตัวของมันเองแล้ว

ปอ           ดูเหมือนยังไม่หมดมั้ง ก็อย่างเช่น เชิญเข้ามาข้างในก่อนค่ะ กับ เชิญเข้ามาข้างในก่อนสิคะ ยังไงล่ะ ในกรณีที่เป็นประโยคคำสั่งหรือขอร้องก็ใช้ทั้งคะทั้งค่ะ แต่คะจะต้องมี สิ ด้วย แต่ค่ะไม่จำเป็น

ป่าน          อืม... เราลองนึก ๆ ดู มันมีคำตระกูลเดียวกับสิหรือซิอยู่นะ (นับนิ้ว) ซิ นะ ละ เถอะ คำว่า นะ เนี่ยเราเห็นว่าจะใช้กับ คะ ใช่มั้ย

ปอ           ก็เวลาอยู่กับ ค่ะ มันเป็น น่ะ นี่นา

ป่าน          ส่วนละ เวลาอยู่กับ คะ ส่วนใหญ่ใช้ ล่ะคะ แต่พออยู่กับ ค่ะ กลายเป็น ละค่ะ สลับกันนัวเนียไปหมด

แป้ง          ส่วนเถอะก็อีกแบบนึง เห็นแต่ เถอะค่ะ ไม่มี เถอะคะ

ปอ           มันคือความเคยชินในการใช้ด้วยละมั้ง ป่านกับแป้งว่าไง

ป่าน          ด้วยแหละ เราก็เห็นว่าอะไรที่เคย ๆ ใช้กันมามันถูก ถ้าอะไรที่ผิดไปจากที่เคยเราก็ว่าผิด โดยที่เราเองก็อธิบายไม่ถูกว่าเพราะอะไรทั้ง ๆ ที่ใช้กันทุกวัน

แป้ง          ตามนั้นแหละป่าน เออ! ว่าแต่ปอจะกังวลเรื่องอะไรล่ะ ก็ในเมื่อเวลาเราพูด ค่ะ กับ คะ ถ้าใช้สลับกันมันก็ฟังแปลก ๆ อยู่แล้ว

ปอ           ก็คนเราใช้ภาษาแค่พูดกับฟังหรือไงล่ะแป้ง อย่าลืมสิว่าเราต้องใช้ภาษาในการเขียนและอ่านด้วย

ป่าน          ก็จริงนะ เพราะว่าเราพูด คะ กับ ค่ะ ผิดไปมันก็รู้สึกแปลก ๆ แต่พอมาดูเวลาเขียน คะ กับ ค่ะ สลับกันกลับพบเยอะเหมือนกันนะ ที่ใช้คะก็ใช้ค่ะ ที่ใช้ค่ะก็ดันไปใช้คะ

แป้ง          นึก ๆ ดูแล้วก็จริงอย่างที่ปอว่า แล้วเราจะแก้ยังไงล่ะ

ปอ           ง่าย ๆ เลย เวลาเขียนก็อ่านทวนไปเรื่อย ๆ สิ ว่าอ่านแล้วมันสะดุดตรงไหน

ป่าน          เออ... เส้นผมบังภูเขาแท้ ๆ เนาะ ถ้าเรารู้จักอ่านทวนก่อน เราก็จะไม่เขียนอะไรง่าย ๆ ผิด

Comment

Comment:

Tweet

ชอบเอนทรี่นี้มากๆครับ
เด็กไทยในปัจจุบัน พิมพ์ คะ กับ ค่ะ
สับสนกันเยอะมาก แล้วก็มีคำง่ายๆที่ใช้ผิดอีกเยอะ

เช่นคำว่า น่า กับ หน้า
ผมก็เห็นใช้สลับกันเยอะเหมือนกันครับ

sad smile